คำค้นหาใน google กำหนดขึ้นได้อย่างไร เทคนิควิธีสร้างคำค้นหาในเว็บไซต์เพื่อการแข่งขัน
Login  |  Register
Feed URL is not set

Tag Cloud

Signal Grand Teens Health เรือก๋วยเตี๋ยว LogThaiIndex เรือไม้ ซ่อมเครื่องแพ็คกล่อง Sports TAXI Computers Home Family Shopping รวยได้จริงกับสถานีนักลงทุนตัวเลขดัชนีหุ้น Games เรือไม้สัก ซ่อมเครื่องปิดกล่อง TraderTh.com เรืออีแปะ แจก ออนไลน์ Bucephalandra forex,เทรด ฟรีทุกวัน,Thai Kids Reference Science รับ Business จำหน่าย forex Travel Forex,Trade เช่ารถแท็กซี่ and ขายบูเซปหลากหลายสายพันธ์ dunung-free Forex News thanaphok.blogspot.com Recreation Regional อู่นนทวัฒน์ ซ่อมเครื่องรัดกล่อง ดูหนังฟรี เรือสำปั้น โรงแรมเดอะแฟมิลี่แกรนด์ที่พักราคาถูกจังหวัดอุดรธานี The รวมหนังใหม่ Arts Society

คำค้นหาใน google กำหนดขึ้นได้อย่างไร เทคนิควิธีสร้างคำค้นหาในเว็บไซต์เพื่อการแข่งขัน

สำหรับผู้ ที่ทำเว็บไซต์ขึ้นมาใหม่ คงกำลังหนักใจกับการกำหนดคำค้นหาหรือ keyword ให้กับเว็บไซต์ของตนเองอย่างแน่นอน ซึ่งการกำหนดคำค้นหาที่ดีและเหมาะสมจะทำให้เราติดอันดับการค้นหาใน google และ search engine ต่างๆได้อย่างไม่ยากนัก บทความนี้จะสอนให้คุณได้รู้เทคนิคของการกำหนดคำค้นหา รวมทั้งความเกี่ยวข้องกับการสร้างลิงค์เชื่อมโยงว่ามีผลอย่างไรกับคำค้นหา ที่เราได้กำหนดขึ้นมาในเว็บไซต์หรือเว็บเพจหน้าต่างๆ ในที่นี้ขอยกตัวอย่างจาก google ซึ่งเป็น 1 ใน search engine ที่คนไทยเรานิยมใช้กันมากที่สุด

โดยปกติการกำหนดคำค้นหาหรือ keyword นั้นมักจะถูก google ตีความหมายได้เองจากเนื้อหาที่เราได้เขียนไว้ในหน้าต่างๆ แต่ก่อนที่ google จะเข้ามาตีความหมายในเว็บของเราให้เป็นคำค้นต่างๆได้
ก็จำเป็นอย่างยิ่งที่เราจะต้องทำลิงค์เชื่อมโยงจากเว็บอื่นเสียก่อน (ศึกษาความหมายของคำว่าลิงค์ได้ที่บทความนี้ http://www.thaigetlink.com/addurl.php)

google รู้จักคำค้นหาในเว็บของเราได้อย่างไร?
โดยปกติ google จะอ่านข้อมูลทั้งหมดจาก html ของเว็บเพจต่างๆในเว็บของเราเมื่อเดินทางไปถึง รูปแบบที่ google มองเห็นนั้นจะแตกต่างจากมุมมองของมนุษย์ดังภาพตัวอย่างด้านล่างนี้

หน้าเว็บไซต์ในแบบที่มนุษย์เห็นด้วยตาเปล่า
 
แต่สิ่งที่เครื่องมือค้นหาของ google มองเห็นกลับเป็นเช่นนี้

 

ดังนั้นรูปแบบเว็บไซต์หน้าตาที่สวยงามไม่มีผลอะไรกับอันดับการค้นหาของ google แต่จะมีผลต่อความรู้สึกผู้เยี่ยมชมเสียมากกว่า
การที่ google เริ่มรู้ว่าคำค้นเว็บไซต์ของเราเกี่ยวข้องกับอะไรนั้น โดยจะมองจากข้อมูลอ้างอิงโดยเรียงตามลำดับดังนี้

1. <title>
2. <description>
3. <keyword>
4. <tag ต่างๆตามเนื้อหาในหน้านั้น>
5. <footer text>

การประกาศคำค้นเพื่อให้ google รู้จักคำค้นหลักที่ใช้ในเว็บของเราจำเป็นต้องมีการเน้นคำค้นหาไว้เป็นคำแรกใน <description> และ <keyword> ส่วนในเนื้อหาเองก็ควรมีการเน้น <strong>text</strong> หรือ <u>text</u> แต่ต้องไม่ใช่การเขียนในลักษณะ spam keyword เพราะนอกจากจะไม่เป็นผลดีต่อ google ในระยะยาวแล้ว เว็บของท่านก็อาจจะถูกเพิกเฉยจากระบบค้นหาไปเลยก็เป็นได้
สำหรับเนื้อหาในเว็บไซต์มีความสำคัญเป็นอย่างมากต่อกระบวนการค้นหา ไม่ว่าคุณจะทำตามขั้นตอนด้านบนได้ดีแค่ไหนก็ตาม หากเนื้อหาที่คุณใช้เป็นการก้อปปี้มาจากอีกเว็บหนึ่งมาเหมือนกันทุกตัวอักษร ก็ย่อมที่จะไม่มีผลใดๆ นอกเหนือจากการกระตุ้นด้วยการเชื่อมโยงลิงค์ สำหรับความสำคัญของการเชื่อมโยงลิงค์จัดเป็นองค์ประกอบหนึ่งเพื่อชี้นำ google ให้เห็นถึงความสำคัญของเว็บเพจหน้านั้นๆว่ามีความนิยมเพียงใด เปรียบได้กับเว็บเพจนั้นๆมีการอ้างอิงด้วยการแนะนำลิงค์จากเว็บไซต์อื่นๆ ซึ่งตรงนี้เองที่จะทำให้ google มองเห็นถึงความสำคัญของเว็บที่มีลิงค์เชื่อมโยงมามากกว่าเว็บที่ไม่มีลิงค์ เชื่อมโยงมาเลย

* ข้อคิด หากเราเป็น google เราก็คงตัดสินในลักษณะเดียวกันว่าเว็บเพจหน้านั้นมีอะไรดีสักอย่างแน่ๆจึงมีคนทำลิงค์แนะนำมาเยอะ ถ้าเป็นเช่นนั้นเว็บที่มีเนื้อหาเดียวเว็บที่มีคนลิงค์แนะนำมามากกว่าก็ควรอยู่ในลำดับต้นๆของการค้นหา อ่านถึงตรงนี้คงพอเข้าใจกันแล้วนะครับว่าลิงค์เป็นองค์ประกอบที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

มีคนถามผมมามากมายว่า แล้วถ้าเว็บของเราไปก้อปปี้เว็บอื่นมาล่ะ หรือเป็นเว็บที่โคลนมาจากอีกเว็บชนิดที่เรียกว่าเหมือนกันทุกอย่างทั้งรูปแบบหน้าตาเนื้อหา แบบนี้เราจะสร้างลิงค์ได้ไหม ก็ต้องขอบอกว่าสร้างได้ครับ เพียงแต่น้ำหนักในการให้คะแนนจะเทไปให้กับเว็บที่โปรโมทหรือสร้างลิงค์ได้เหนือกว่า
คำว่าเหนือกว่านี้หมายถึงคุณภาพลิงค์ที่เชื่อมโยงมาหา เว็บลักษณะที่กล่าวมามีหลายประเภทครับ ทั้งเว็บเครือข่ายที่มีการแจกเว็บมาเพื่อให้ลูกทีมได้นำไปโปรโมทกัน และเว็บที่มีผู้ทำขายโดยให้มาพร้อมเนื้อหาอาทิเช่นสคริปเว็บจองโรงแรม ห้องพัก สรุปแล้วอะไรก็ตามที่เป็นลิงค์หรือ URL เราสามารถสร้างลิงค์เชื่อมโยงเพื่อหวังผลในเรื่องของการค้นหาใน google ได้หมดครับ แต่ผลที่ได้ออกมามากน้อยต่างกันตามแต่การโปรโมทของแต่ละคน

ภาพตัวอย่างเว็บที่มีหน้าตาเหมือนกันรวมทั้งเนื้อหาที่เหมือนกันทั้งหมด เรามักเรียกเว็บลักษณะนี้ว่าเว็บโคลนนิ่ง

ขอวกกลับมาในเรื่องของการกำหนดคำค้นหาให้กับเว็บไซต์ของเรา โดยส่วนใหญ่แล้วเราจะไม่เปลี่ยน <title> <description> <keyword> เพราะการเปลี่ยน meta tag ต่างๆเหล่านี้จะทำให้ระบบการค้นหาไม่นิ่ง กล่าวคืออาจจะทำให้อันดับที่เราเคยทำติดอันดับอยู่แล้วร่วงหล่นนั่นเอง จุดนี้ต้องระมัดระวังกันให้มากครับ แต่ในส่วนของเนื้อหาในเว็บนั้นเราก็สามารถอัพเดทเนื้อหาใหม่ๆได้ตามปกติ

ระวังหน้าเว็บจับฉ่ายจนความสำคัญของคำค้นหาในเว็บเพจนั้นลดลงในสายตาของเครื่องมือค้นหา google
เว็บไซต์ที่มีข้อมูลเฉพาะด้านจะเป็นผลดีต่อการค้นหาใน google มาก นั่นเพราะจะทำให้คำค้นของเราเด่นในเนื้อหาเดียวกัน ยกตัวอย่างหากเราทำเว็บไซต์เกี่ยวกับรับทำ seo แต่วันดีคืนดี เราไปเอาข้อมูลรีวิวสินค้ามาลงหน้าเว็บ เพียงแค่นี้ก็อาจทำให้ความน่าเชื่อถือในคำค้นหาที่มีต่อ google ลดลงไปได้ ส่งผลให้การทำอันดับในการค้นหาของเราไม่ดีเท่าที่ควร

การกำหนดคำค้นหาที่ดีคือหาคำที่ไม่มีการแข่งขันสูงมากจนเกินไป และต้องเป็นคำค้นหาที่มีคนค้นหามาก เราอาจใช้เครื่องมือค้นหาคำค้น adwords จากลิงค์นี้ https://adwords.google.com/o/Targeting/Explorer?__c=1000000000&__u=1000000000&ideaRequestType=KEYWORD_IDEAS เพื่อช่วยให้เราสามารถค้นหาคำค้นที่เราต้องการได้พร้อมกับดูจำนวรคนค้นหาใน แต่ละเดือน ซึ่งจะทำให้เราสามารถวางแผนในการหาคำค้นให้กับเว็บไซต์ได้ง่ายขึ้น การกำหนดคำค้นหาให้กับเว็บหากสั้นมากยิ่งการแข่งขันสูง และแน่นอนด้วยการแข่งขันที่สูงมากๆ จะทำให้เว็บของเราขึ้นไปทำอันดับได้ยาก และใช้เวลานานกว่าจะเห็นผล ตัวอย่างเช่น หากเราจะกำหนดคำค้นหาคำว่า "ทำ seo" ก็ย่อมจะพบกับคู่แข่งรายใหญ่ๆที่ทำไว้ก่อนเราแล้ว ซึ่งโอกาสที่จะทำให้เว็บของเราไปติดในท้อปการค้นหาหน้าแรกของ google ยิ่งเป็นไปได้อย่างยากลำบาก แต่หากเราเปลี่ยนเป็นคำว่า "ทำ seo ราคาถูก" ก็จะทำให้จำนวนคู่แข่งลดลงไปได้อย่างมากมายเลยทีเดียว เมื่อเราได้คำค้นหาที่ต้องการแล้วเราก็สามารถกำหนดใน meta tag ต่างๆได้ด้วยตัวอย่างดังต่อไปนี้

<title>ทำ seo ราคาถูก กับทีมงาน thaigetlink</title>
<meta name="description" content="ทำ seo ราคาถูก เพื่อเว็บไซต์ก้าวสู่ความเป็นที่หนึ่งกับทีมงาน thaigetlink">
<meta name="keywords" content="ทำ seo ราคาถูก, คำค้นที่ต้องการรองลงมา 2, คำค้นที่ต้องการรองลงมา 3, คำค้นที่ต้องการรองลงมา 4, คำค้นที่ต้องการรองลงมา 5, คำค้นที่ต้องการรองลงมา 6, คำค้นที่ต้องการรองลงมา 7, คำค้นที่ต้องการรองลงมา 8, คำค้นที่ต้องการรองลงมา 9, คำค้นที่ต้องการรองลงมา 10">
การใส่คำค้นหาใน <keywords> ไม่ควรใส่เกิน 10 คำ โดยการใส่คำให้เน้นคำที่ต้องการมากที่สุดไว้เป็นคำแรกและใส่คำที่เน้นรองลง ไปในคำที่ 2 โดยเรียงลงไปเรื่อยๆถึงคำที่ 10

เทคนิคทั้งหมดนี้เป็นหลักการเบื้องต้นที่คุณสามารถนำไปใช้ได้จริง เทคนิคของแต่ละคนอาจไม่เหมือนกัน แต่สุดท้ายแล้วเนื้อหาในเว็บไซต์เท่านั้นที่จะเป็นการชี้ไปสู่ความสำเร็จ หากสงสัยใดๆสามารถสอบถามหรือพูดคุยกันได้ครับที่ facebook ส่วนตัวของผม http://www.facebook.com/sopawachiradusita และติดตามบทความที่น่าสนใจอื่นๆได้ที่เว็บไซต์ www.ThaiGetLink.com ขอบคุณสำหรับการติดตามครับ

 

ผู้เขียน : ทวีชัย โสภาวชิดุสิตา (Thaveechai Sopawachiradusita)
ทีมงาน ThaiGetLink.com
N/A